Archive for กันยายน, 2012

PostHeaderIcon มีภาพน่ารักของเด็กๆมาฝากจ้า

มาชมภาพเด็กน่ารักกัน ดีกว่านะคะ แล้วจะรู้ว่าวัยเด็กเป็นวัยที่น่ารักและไร้เดียงสาแค่ไหน  และเด็กๆพวกนี้แหละค่ะที่พวกเราต้องให้การอบรม สั่งสอนเพื่อพวกเค้าจะได้เติบโตขึ้นเต็มศักยภาพ

 

 

น่ารักใช่หรือเปล่าล่ะคะ

PostHeaderIcon ADMIN เอาเพลงล้างมือบ่อย ๆ มาฝาก

วันนี้ได้มีเวลาไปหาเพลงสำหรับน้องๆหนู น่าจะชอบ คุณครูสามารถเอาไปใช้สอนให้เด็กๆได้น๊ะครับสำหรับเพลงนี้ชื่้อเพลง ล้างมือบ่อยๆ จากโรงพยาบาลกรุงเทพ ระยอง

ขออีกสักเพลงกับเพลง ขั้นตอนล้างมือ 7 ข้อ

PostHeaderIcon ปลูกฝังความดีในชั้นปฐมวัย

     การปลูกฝังในชั้นปฐมวัยซึ้งเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เด็กนั้นเติบโตขึ้นมามีใจรักที่จะทำความดี รู้จักที่จะให้มีใจแบ่งปันให้กับผู้อื่น

 สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้เป็นพ่อแม่ควรที่จะให้เด็กนั้นมีใจที่จะแบ่งปัน เพื่อที่จะให้เด็กนั้นเติบโตอยางมีคุณธรรมและจริยธรรม

ดังนั้น  เด็กที่ดีต้องได้รับความปลูกฝังที่ดีจร้า………..

 

“”ช่วยกันดูแลโลกของพวกหนูด้วยนะค่ะ  โลกจะได้อยู่กับเรานานค่ะ””

ที่มา

PostHeaderIcon แสดงความยินดีกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อบต.สบโขง (บ้านแม่หลองหลวง)

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 admin ได้ไปเข้าร่วมในการมอบป้ายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอดโลก ที่สำนักงานสาธารณสุขร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้น ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนวิว ในการมอบป้ายครั้งนี้ 1 ใน 3 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในอำเภออมก๋อย ที่ผ่านมาตรฐานศูนย์พัฒนาเด็กเล็กปลอกโลกของกระทรวงสาธารณสุข คือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลสบโขง (บ้านแม่หลองหลวง) ทางadmin ขอแสดงความยินดีกับคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียน ด้วยที่ได้ปรับปรุงศูนย์ จนได้รับรางวัลในครั้งนี้ คิดว่าในอนาคตคงได้รับรางวัลชนะเลิศระดับจังหวัด ต่อไป

PostHeaderIcon การดูแลสุขภาพเด็ก

 

บทคัดย่อ

      นโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความชัดเจนมากขึ้นเป็นลำดับ มีแนวทาง

ปฏิบัติให้แต่ละหน่วยงานรับมาปฏิบัติอย่างชัดเจน แต่มีปัญหาในเรื่องความเป็นเอกภาพที่แต่ละ

หน่วยงานยังดำเนินการในลักษณะของต่างคนต่างทำ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดบริการให้แก่เด็กปฐมวัยนั้นมีอยู่6 กระทรวง ทั้งนี้เป็นผลมา

จากนโยบายให้มีการจัดการศึกษาให้เด็กปฐมวัยได้ครอบคลุม จึงต้องอาศัยหน่วยงานหลายหน่วยงาน

และเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กร ปกครอง

ส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และ สถาบันสังคมอื่น

มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ทั่วถึง มีคุณภาพ และได้มาตรฐานเท่าเทียมกัน แต่ถ้ามอง

ในแง่ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการ ก็อาจมองได้ว่าเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อน และกระจัดกระจาย

มากเกินไป

     กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยขึ้นใน พ.. 2540

และได้มีการนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไปใช้อย่างกว้างขวาง มีหลายหน่วยงานที่ได้ทำการผลิตคู่มือเพื่อ

พัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นจำนวนมาก เป็นการชี้ชัดว่าสังคมไทยมีความตระหนักและให้ความสำคัญแก่เด็กปฐมวัยมากขึ้น

 

คำสำคัญ

เด็กปฐมวัย     การทบทวนองค์ความรู้

ที่มา   http://www.aihd.mahidol.ac.th/sites/default/files/images/new/pdf/journal/sepdec2007/12.pdf

PostHeaderIcon สาระน่ารู้เด็กปฐมวัย

4 เคล็ดลับพัฒนาสติปัญญาลูกให้โตสมวัย

ลูกจากวัยแรกเกิด จนเข้าสู่ปฐมวัย (6 ขวบแรก) นั้น ลูกของเราจะมีการพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่รวดเร็วมาก หากเราสามารถช่วยเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ถูกต้อง เหมาะสมตามวัยของเราได้ละก็ จะทำให้ลูกของเราเป็นเด็กที่มีความประพฤติดี มีความฉลาดทางด้านอารมณ์สูง
โดยพื้นฐานของเด็กตั้งแต่แรกเกิดนั้น ลูกของเราจะมีความอยากรู้ อยากเห็น อยากลอง เพราะลูกยังไม่รู้จัก “กลัว” หรือ “ถูก ผิด” นั้นเอง เซลล์สมองของลูกในช่วงแรกเกิดจนถึง 6 ขวบแรกนั้นจะมีการพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ลูกจะสามารถรับรู้และเก็บสิ่งที่ตัวเองได้รับมาเป็นประสบการณ์ที่ฝังลงไปในจิตใจ ยิ่งเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีมากเท่าไร โตขึ้นลูกก็จะยิ่งเติบโตเป็นเด็กที่ดีมากเท่านั้น
เราสามารถช่วยเสริมการพัฒนาการต่างๆ ให้ลูกได้ 4 ทางดังนี้

1. ให้ลูกได้เห็นในสิ่งที่ดี

ลูกของเรา (แม้ว่าจะเพิ่งแรกเกิดก็ตาม) สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองเห็นได้ การมองเห็นนี้หมายรวมถึงการกระทำบางอย่างของพ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดูที่กระทำต่อตัวเองและกระทำต่อตัวลูกของเราด้วย โดยการกระทำต่างๆ ที่เด็กเห็นนั้น เด็กจะยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่า สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ แต่เด็กจะซึมซับในสิ่งที่เห็นทั้งหมดแล้วสุดท้ายจะกลายเป็นพฤติกรรมของลูกเอง เช่น เด็กที่เห็นพ่อแม่ชอบร้องเพลง อารมณ์ดี หรือเล่นดนตรี เมื่อลูกเติบโตขึ้น ลูกก็จะมีความรักในดนตรี มีจิตใจอ่อนโยน หรือกรณีที่พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูไม่ชอบกินผัก เมื่อเด็กโตขึ้นเด็กก็มักจะไม่กินผักไปด้วย

2.ให้ลูกได้ยินในสิ่งที่ดี

คำพูดที่ดี น้ำเสียงที่อ่อนโยน เด็กทารกแรกเกิดสามารถรับรู้ได้ โดยเฉพาะเด็กในช่วงปฐมวัย (แรกเกิด – 6 ขวบ) เด็กจะตั้งใจฟังและมีความรู้สึกไวต่อเสียงต่างๆ หากใครที่เคยเลี้ยงลูกมาก่อน เมื่อลูกอายุประมาณ 3-4 เดือนจะพบว่าเวลาที่เราอุ้มลูกแล้วพูดคุยกับลูก ลูกจะทำปากขมุบขมิบ ดวงตาจะจ้องตรงมายังหน้าพ่อหรือแม่ที่อุ้มเขาอยู่ เขาจะตั้งใจฟังเสียงต่างๆ ที่เข้ามากระทบต่อตัวเขานั้น ดังนั้นเสียง คำพูดต่างๆ ที่ไม่ดี โดยเฉพาะคำสบถ คำด่า ซึ่งมักจะเป็นคำที่สั้นๆ (1 – 2 พยางค์) จะเป็นคำที่เด็กวัยปฐมวัยสามารถจดจำได้ง่าย ดังนั้นหากไม่อยากให้ลูกพูดจากก้าวร้าว พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูก็ต้องระวังอย่าใช้คำพูดที่ไม่ดีให้เด็กได้ฟัง อย่าคิดว่าลูกยังเล็กอยู่ยังฟังไม่รู้เรื่อง เพราะเด็กจะจดจำลักษณะการออกเสียงสั้นๆ เหล่านั้นและพูดออกมาโดยไม่รู้ความหมาย ซึ่งกว่าพ่อแม่จะรู้ว่าลูกของตัวเองติดพูดคำด่า คำก้าวร้าว ก็อาจจะแก้ไขได้ยาก

3. ให้ลูกเล่นและมีกิจกรรมดีๆ

เด็กในช่วงปฐมวัยจะห่วงเล่น ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็ก พ่อแม่ที่เข้าใจในพัฒนาการของลูกก็จะสามารถหากิจกรรม หรือการเล่นที่สอดคล้องกับแต่ละช่วงอายุของลูกได้ นอกจากนั้นการเล่นของเด็กนั้นจะเป็นการเรียนรู้ที่กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างดี
4. ให้การอบรมสั่งสอนลูกตั้งแต่เล็ก
เด็กในช่วงปฐมวัยมีความอยากรู้อยากเห็นตลอด เด็กจะมีความกระตือรือล้นในการเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว ดังนั้นการอบรมสั่งสอนเป็นสิ่งจำเป็น โดยการสอนนั้นควรจะเป็นการสอนในลักษณะอธิบาย ไม่ใช่การสั่งหรือห้าม แม้ว่าเด็กในวัยนี้จะยังไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่อธิบายได้ทั้งหมด แต่การอธิบายให้ลูกฟังตั้งแต่เล็ก หรือปล่อยให้เขาได้ลองเองกับตัวเอง (กิจกรรมนั้นต้องไม่เป็นอันตราย) แล้วพ่อแม่คอยชี้แนะว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้อย่างรวดเร็วกว่าการสั่งสอนแบบใช้คำพูดอย่างเดียว เช่น การสอนลูกให้แปรงฟัน โดยใช้วัสดุแบบจำลองฟันปลอม ให้ลูกได้หัดถือแปรงสีฟันเอง พ่อแม่ชี้แนะว่าเหตุใดต้องแปรงฟัน เหตุใดต้องจับด้ามแปรงสีฟันแบบนี้ ขยับมืออย่างไร เป็นต้น
แหล่งที่มา   http://dekdekkaa.blogspot.com/